
ล่าแสงเขียว เที่ยวแดนน้ำแข็ง สวีเดน - ไอซ์แลนด์ – เดนมาร์ก 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)
วันเดินทาง / ราคา
| ช่วงเดินทาง | ราคา | สถานะ |
|---|---|---|
GO3ARN7NCPHEK260401A 2 เม.ย. 69 - 10 เม.ย. 69 | 165,900 | จอง |
GO3ARN7NCPHEK260407A 8 เม.ย. 69 - 16 เม.ย. 69 | 165,900 | จอง |
GO3ARN7NCPHEK260427A 28 เม.ย. 69 - 6 พ.ค. 69 | 165,900 | จอง |
GO3ARN7NCPHEK260527A 28 พ.ค. 69 - 5 มิ.ย. 69 | 165,900 | จอง |
กำหนดการเดินทาง
สนามบินสุวรรณภูมิ
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน Emirates (EK) เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินดูไบ (สหรับอาหรับเอมิเรตส์) – สนามบินสต็อกโฮล์ม - กรุงสต๊อกโฮล์ม (สวีเดน) - เมืองเก่ากัมลา สแตน - ศาลาว่าการกรุงสต็อกโฮล์ม
ออกเดินทางจากสนามบินสุววรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 377
เดินทางถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ท่านเปลี่ยนเครื่อง
ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 157
เดินทางถึงสนามบินอาร์ลันดา กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั๋วโมง) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านชมกรุงสต็อกโฮล์ม Stockholm เมืองหลวงใหญ่แสนสวยของประเทศสวีเดนครหลวงอันงดงามที่สุดในสแกนดิเนเวีย จนได้รับขนานนามว่า ราชินีแห่งทะเลบอลติก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย 14 เกาะที่โอบล้อมด้วยทะเลบอลติก Baltic Sea ทะเลสาบมาลาเร็น Lake Malaren ทำให้สตอกโฮล์มเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมกรุงสตอกโฮล์มจากจุดชมวิวเนินเขาฟยัลกาทัน Fjallgatan Hill งดงามแปลกตาในบรรยากาศรอบๆ เมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นน้ำ มีสถานที่สำคัญ อาทิ อาคารรัฐสภา, พิพิธภัณฑ์ในยุคกลาง, พระราชวังหลวงและพิธีเปลี่ยนการ์ดทหารด้านหน้าของลานจัตุรัสกว้าง เป็นต้น นำท่านถ่ายรูปคู่กับ ศาลาว่าการกรุงสต็อกโฮล์ม (City Hall) ซึ่งใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกๆ วันที่ 10 ของเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีพิธีเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) และนำท่านชมย่านเมืองเก่ากัมลา สแตน Gamla Stan จัตุรัสที่เต็มไปด้วยตึกสีสันสดใส มีร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านหนังสือ ในปัจจุบันยังทิ้งร่องรอยแห่งความเป็นเมืองแห่งยุคกลาง มีกลิ่นอายของศตวรรษที่ 17 ทั้งบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงามในรูปแบบงานสถาปัตยกรรมแบบสวีเดน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
Scandic Infra City หรือระดับเดียวกัน
สต๊อกโฮล์ม (สวีเดน) - เรคยาวิค (ไอซ์แลนด์) - โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา - ถนนเลยการ์แวร์กูร์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินสต็อกโฮล์ม
นำท่านเดินทางจากสนาบินสต๊อกโฮล์ม โดยสายการบิน .......
นำท่านเดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิค กรุงเรคยาวิค Reykjavik ประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
นำท่านเดินทางจากสนาบินสต๊อกโฮล์ม โดยสายการบิน .......
นำท่านเดินทางถึงสนามบินเคฟลาวิค กรุงเรคยาวิค Reykjavik ประเทศไอซ์แลนด์ นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางเข้าสู่ กรุงเรคยาวิค เมืองหลวงประเทศไอซ์แลนด์ เมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ นำท่านเดินทางสู่ โบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrímskirkja) เป็นโบสถ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเรคยาวิก สร้างขึ้นในสไตล์สถาปัตยกรรมแนวโมเดิร์นที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ โดยออกแบบโดยสถาปนิกชาวไอซ์แลนด์ ชื่อ กุดยอน ซามูเอลส์สัน (Guðjón Samúelsson) โบสถ์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติไอซ์แลนด์ เช่น รูปทรงของหินบะซอลต์ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวา จึงมีลักษณะสูงตระหง่านและเรียบง่ายแต่งดงามแปลกตา นำท่านชมศูนย์การประชุมฮาร์ปาเป็นศูนย์การประชุมและศิลปะการแสดงที่โดดเด่นในกรุงเรคยาวิก (Reykjavík) ประเทศไอซ์แลนด์ อาคารแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความงดงามของศิลปะร่วมสมัยเข้ากับเอกลักษณ์ของธรรมชาติไอซ์แลนด์ นำท่านอิสระช๊อปปิ้ง ถนนเลยการ์แวร์กูร์ Laugavegur เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเรคยาวิก ถนนแห่งนี้ทอดยาวผ่านใจกลางเมืองและเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงแกลเลอรีศิลปะและบูติกที่นำเสนอสินค้าท้องถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมของชาวไอซ์แลนด์ได้อย่างดี ถนน Laugavegur ไม่เพียงเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและชาวไอซ์แลนด์ที่ต้องการพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศเมืองที่อบอุ่น
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
CENTER HOTEL PLAZA หรือระดับเดียวกัน
*** สำหรับยามค่ำคืนเมื่อท่านมองไปที่บนท้องฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ ท่านจะมีโอกาสได้พบเห็นกับแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) ซึ่งเป็นแสงสีเขียวที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเท่านั้น (การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้ โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสําคัญ) ท่านจะมีโอกาสเห็นแสงออโรร่าได้ ราวเดือน ต.ค. - เม.ย.***
เรคยาวิค - เส้นทางวงกลมทองคำ อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ – น้ำพุร้อนธรรมชาติ - น้ำตกกูลฟอสส์ – บลูลากูน – เฮลล่า (ไอซ์แลนด์)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเที่ยวชมความมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติของไอซ์แลนด์ ในเส้นทางวงกลมทองคำ หรือ Golden Circle ทัศนียภาพของทุ่งหญ้าตัดกับทุ่งลาวา มีฝูงแกะ วัว และม้าไอซ์แลนด์หากินอยู่ตามธรรมชาติ นำท่านชมความงามของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้นภายใน อุทยานแห่งชาติซิงเควลลิร์ Thingvellir National Park ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ระหว่างรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาบ Þingvallavatn ซึ่งเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ ใกล้กับคาบสมุทรเรกยาเนส Reykjanes และภูเขาไฟเฮนกิลล์ Hengill เป็นจุดกำเนิดทางประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร ซิงเควลลิร์ตั้งอยู่ตรงรอยแยกของหุบเขากับทะเลสาบ Singvellavatn ซึ่งเป็นทะเลสาบตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ใกล้กับคาบสมุทรเรกยาเนส Reykjanes และ ภูเขาไฟเฮนกิลล์ Hengill เป็นจุดกำเนิดทางด้านประวัติศาสตร์และทางธรณีวิทยา เพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของโลกระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร ระหว่างทางแวะชมร่องรอยปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้วมีน้ำท่วมขังจนเป็นทะเลสาบกว้าง
นำท่านชม น้ำพุร้อนธรรมชาติ Geysir น้ำพุร้อนหรือเกย์ซีร์ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า กีเซอร์ที่ใช้กันทั่วโลกน้ำพุร้อนที่นี่พวยพุ่งขึ้นสูงกว่า 180 ฟุต ทุกๆ 7 – 10 นาทีพลังงานที่อยู่ใต้หินเปลือกโลกขับ
เคลื่อนออกมาเป็นน้ำพุร้อน ช่วยให้อากาศอบอุ่นเย็นสบายและรัฐบาลได้นำประโยชน์จากแหล่งความร้อนทางธรรมชาตินี้มาเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งใช้ทั่วประเทศ
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กูลฟอสส์ Gullfoss (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เพื่อชมความงามของน้ำตกกูลฟอสส์ หรือ ไนแองการ่าแห่งไอซ์แลนด์ ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็น 1 ใน3 สถานที่ในเส้นทาง “วงแหวนทองคำ” สถานที่ที่ผู้มาเยือนไอซ์แลนด์ไม่ควรพลาดชื่อน้ำตก Gullfoss นี้มาจากคำว่า Gull ที่แปลว่าทองคำและ Foss ที่แปลว่าน้ำตก เมื่อรวมกันหมายถึงน้ำตกทองคำเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติระดับโลกที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งและลดระดับลงในโตรกเขาเบื้องล่างในระดับความสูงกว่า 30 เมตร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่ บลูลากูน Blue Lagoon แหล่งน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังของไอซ์แลนด์ เป็นเขตที่มีการเคลื่อนตัวของหินหลอมละลายใต้ดิน มากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง การเคลื่อนตัวนี้ทำให้น้ำในบ่อร้อนขึ้นและมีไอน้ำระเหยขึ้นมา เป็นสถานที่อาบน้ำแร่ขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์หลายชนิด ซึ่งช่วยรักษาผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เชิญอิสระตามอัธยาศัยให้ท่านแช่ตัวในสระธรรมชาติ ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ทดสอบพอกหน้าด้วยโคลนสีขาวของบลูลากูนที่ทำให้ผิวพรรณผ่องใสเรียบลื่นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลากชนิดของบลูลากูนเป็นสินค้ายอดนิยมของผู้ไปเยือน (มีบริการผ้าเช็ดตัวรวมอยู่ในค่าทัวร์และมีชุดว่ายน้ำให้เช่า)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมืองเฮลล่า (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
Stracta Hotel หรือระดับเดียวกัน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
*** สำหรับยามค่ำคืนเมื่อท่านมองไปที่บนท้องฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ ท่านจะมีโอกาสได้พบเห็นกับแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) ซึ่งเป็นแสงสีเขียวที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเท่านั้น (การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้ โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสําคัญ) ท่านจะมีโอกาสเห็นแสงออโรร่าได้ ราวเดือน ต.ค. - เม.ย.***
เฮลล่า - โจกุลซาร์ลอน - ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน - ทรายน้ำแข็งหรือหาดทรายเพชร - อุทยานแห่งชาติสเกฟตาเฟลล์ - เฮลล่า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ โจกุลซาร์ลอน Jokulsarlon (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) ผ่านชมความงดงามของทัศนียภาพระหว่างการเดินทาง ชมทุ่งลาวา Eldhraun หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mossy Lava Fields เป็นหนึ่งในพื้นที่ลาวาที่มีเอกลักษณ์และสวยงามที่สุดในไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ เป็นลาวาภูเขาไฟจากการปะทุครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1783-1784 ได้กลายเป็นพื้นฐานของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยมอสเขียวปกคลุม อ่อนนุ่ม ทำให้พื้นที่นี้ดูเหมือนพรมธรรมชาติขนาดใหญ่ มอสในพื้นที่นี้เติบโตช้ามากและมีอายุยืนยาว
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่หาดทรายสีดำเรย์นิสฟยารา Reynisfjara Black Sand Beach หายทรายดำที่มีชื่อเสียงระดับโลกทางตอนใต้สุดของไอซ์แลนด์ ที่เกิดจากการสึกกร่อนรของหินภูเขาไฟ พร้อมชมจุดเด่นของชายหาดที่มีแท่งหินบะซอลต์ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก เกิดเป็นแท่งหินรูปร่างแปลกตาจนในปี ค.ศ.1991 หาดทรายดำแห่งนี้ได้รับการจัดให้เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านชม เขตอนุรักษ์ธรรมชาติดิร์โฮเลย์ Dryholey ถ่ายรูปกับจุดชมวิวของผาหินดิร์โฮเลย์ ที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปสู่ทะเลและเกิดจากการกัดเซาะของลมทะเลจนเกิดเป็นวงซุ้มขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเรือสามารถแล่นผ่านได้ มีความสูงราว 120 เมตร
นำท่านชมทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาร์ลอน ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ เกิดจากการละลายธารน้ำแข็ง ปัจจุบันมีพื้นที่กว้างถึง 18 ตารางกิโลเมตร โดยมีความความลึกของน้ำในทะเลสาบถึง 200 เมตร ตื่นตาตื่นใจกับไอซ์เบิร์ก (Iceberg) หรือภูเขาน้ำแข็งก้อนโตเรียงรายโผล่พ้นพื้นน้ำของทะเลสาบยามกระทบแสงแดดก่อให้เกิดสีสันสวยงามที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในโลก และให้ทานถ่ายรูปและเพลิดเพลินกับธรรมชาติงดงามของ หาดทรายน้ำแข็งหรือหาดทรายเพชร Diamond Beach เป็นหาดทรายสีดำที่ทอดยาวออกไป และมักถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและไหลลงสู่ทะเลสาบโจกุลซาร์ลอน มีความสวยงามโปร่งแสงเหมือนเป็นประติมากรรมน้ำแข็งขนาดเล็กที่เปล่งประกายภายใต้แสงอาทติย์มองดูเหมือนเพชรที่ส่องประกายบริเวณหาดนี้ นำท่านเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติสเกฟตาเฟลล์ Skaftafell National Park อุทยานแห่งชาติแห่งที่ 2 ของไอซ์แลนด์ ประกอบไปด้วยภูมิทัศน์อันงดงามหลากหลายไม่ว่าจะเป็นป่าเขียวชอุ่ม ทุ่งหญ้าหลากสีสัน ภูเขาขรุขระและธารน้ำแข็งที่น่าทึ่ง และยังเป็นสวรรค์ของนักปีนเขา ถือเป็นอัญมณีอันล้ำค่าที่ชาวไอซ์แลนด์เองชื่นชอบมากที่สุด ตั้งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเรียกว่าวาตนาเยอคูตล์ Vatnajökull มีขนาด 8,300 ตารางกิโลเมตร เท่ากับธารน้ำแข็งในทวีปยุโรปรวมกันและขนาดความหนามากที่สุดประมาณ 1,000 เมตร (ถ้าจะไปดูน้ำตกจะต้องเดินทางไปกลับประมาณ 3 กิโลเมตรและถนนค่อนข้างขรุขระ จึงไม่แนะนำให้ไป )
Stracta Hotel หรือระดับเดียวกัน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
*** สำหรับยามค่ำคืนเมื่อท่านมองไปที่บนท้องฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ ท่านจะมีโอกาสได้พบเห็นกับแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) ซึ่งเป็นแสงสีเขียวที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเท่านั้น (การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้ โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสําคัญ) ท่านจะมีโอกาสเห็นแสงออโรร่าได้ ราวเดือน ต.ค. - เม.ย.***
เส้นทางแสนสวยทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ - น้ำตกเซลยาแลนส์ - น้ำตกสโกการ์ - หาดทรายสีดำเรย์นิสฟยารา - เขตอนุรักษ์ธรรมชาติดิร์โฮเลย์ - กรุงเรคยาวิค
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เส้นทางแสนสวยทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ South Coast ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการค้นพบพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งเป็นพลังงานที่ถูกนำมาใช้ทดแทนเชื้อเพลิง ทำให้ประเทศแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่ไร้มลพิษ นอกจากนี้พลังงานดังกล่าวยังถูกนำมาใช้ในด้านสาธารณูปโภคอีกด้วยทัศนียภาพสองข้างทางเว้นระยะไปด้วย ฟาร์มปศุสัตว์ มีภูเขาไฟเด่นตระหง่านเป็นฉากหลัง และเป็นภูเขาไฟที่ยังมีการปะทุอยู่ตลอดเวลา นำท่านถ่ายรูปกับน้ำตกเซลยาแลนส์ Seljalandsfoss น้ำตกที่มีชื่อเสียงของไอซ์แลนด์และถูกขนานนามว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์ ที่มีความสูงกว่า 60 เมตร และถ่ายภาพน้ำตกอีกแห่งหนึ่งคือ น้ำตกสโกการ์ Skogarfoss มีความสูง 62 เมตร ประทับใจกับความสวยงามของม่านน้ำแผ่กระจายจากหน้าผาสูงเกิดเป็นละอองฟุ้งทั่วบริเวณเบื้องล่างปกคลุมด้วยหญ้าเฟิร์นและหญ้าตระกูลมอส และโอบล้อมไปด้วยทุ่งลาวา, โตรกผา และหุบเหว เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามจับใจ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
นำท่านเดินทางสู่หาดทรายสีดำเรย์นิสฟยารา Reynisfjara Black Sand Beach หายทรายดำที่มีชื่อเสียงระดับโลกทางตอนใต้สุดของไอซ์แลนด์ ที่เกิดจากการสึกกร่อนรของหินภูเขาไฟ พร้อมชมจุดเด่นของชายหาดที่มีแท่งหินบะซอลต์ที่เกิดจากการเย็นตัวของลาวาอย่างรวดเร็วบนพื้นผิวโลก เกิดเป็นแท่งหินรูปร่างแปลกตาจนในปี ค.ศ.1991 หาดทรายดำแห่งนี้ได้รับการจัดให้เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดในโลก จากนั้นนำท่านชม เขตอนุรักษ์ธรรมชาติดิร์โฮเลย์ Dryholey ถ่ายรูปกับจุดชมวิวของผาหินดิร์โฮเลย์ ที่มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกไปสู่ทะเลและเกิดจากการกัดเซาะของลมทะเลจนเกิดเป็นวงซุ้มขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเรือสามารถแล่นผ่านได้ มีความสูงราว 120 เมตร
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงเรคยาวิค เมืองหลวงของไอซ์แลนด์
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
CENTER HOTEL PLAZA หรือเทียบเท่า
*** สำหรับยามค่ำคืนเมื่อท่านมองไปที่บนท้องฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ ท่านจะมีโอกาสได้พบเห็นกับแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) ซึ่งเป็นแสงสีเขียวที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเท่านั้น (การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้ โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสําคัญ) ท่านจะมีโอกาสเห็นแสงออโรร่าได้ ราวเดือน ต.ค. - เม.ย.***
เรคยาวิค - หมู่บ้านอาร์นาสตาปิ – ภูเขาไฟเคิร์กจูเฟลล์ - เรคยาวิค (ไอซ์แลนด์)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่คาบสมุทรสไนล์แฟล์ส์เนส ฝั่งตะวันตกสุดของไอซ์แลนด์ที่ทอดยาวสู่มหาสมุทรแอตแลนติกมีเส้นทางกว่า 55 ไมล์ จัดว่าเป็นคาบสมุทรที่มีภูมิทัศน์สวยงาม มีชื่อเสียงในด้านภูเขาไฟที่ปกคลุมด้วยธารน้ําแข็ง ทุ่งลาวา หน้าผาบะซอลต์ และหมู่บ้านชาวประมง เรียกได้ว่าเดินทางมาเที่ยวที่เดียวได้ครบทุกบรรยากาศ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง) ให้ท่านแวะชม หมู่บ้านอาร์นาสตาปิ Arnastapi หมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็ก อันเป็นที่ตั้งของรูปปั้นหินปาร์ดุร์ ที่เป็นครึ่งคนครึ่งโทรลล์ตามตำนานพื้นบ้านของชาวนอร์ดิก และยังมีหน้าผาหินบะซอลล์ที่มีพื้นล่างเป็นมหาสมุทร
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางไปชม ภูเขาเคิร์กจูเฟลล์ Kirkjufell หรือ ภูเขาโบสถ์ Church Mountain (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์เลยทีเดียว และเป็นหนึ่งในฉากสถานที่ถ่ายทำของซีรี่ส์เรื่องดัง Game of Throne จัดว่าเป็นภูเขาที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดของไอซ์แลนด์ ภูเขามีความสูงกว่า 463 เมตร เป็นชั้นๆ ต่างสีกัน ชั้นล่างสุดจะเป็นฟอสซิล ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดตั้งแต่ยุคน้ำแข็งเป็นล้านปีมาแล้ว ส่วนชั้นบนซึ่งเป็นหินลาวา เกิดในช่วงที่ยุคน้ำแข็งเริ่มอุ่นขึ้นและมีอายุหินน้อยกว่าชั้นล่าง พร้อมให้ท่านชมน้ำตกเคิร์กจูเฟล Kirkjufellsfoss เรียกได้ว่าเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและได้รับการบันทึกภาพไว้มากที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์
จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงเรคยาวิค เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
CENTER HOTEL PLAZA หรือเทียบเท่า
*** สำหรับยามค่ำคืนเมื่อท่านมองไปที่บนท้องฟ้าของประเทศไอซ์แลนด์ ท่านจะมีโอกาสได้พบเห็นกับแสงเหนือ (Northern lights) หรือ แสงออโรร่า (Aurora borealis) ซึ่งเป็นแสงสีเขียวที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่จะปรากฏในตอนกลางคืนยามที่ท้องฟ้าโปร่ง ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเท่านั้น (การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้ โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสําคัญ) ท่านจะมีโอกาสเห็นแสงออโรร่าได้ ราวเดือน ต.ค. - เม.ย.***
เรคยาวิค (ไอซ์แลนด์) - โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก) – เงือกน้อย - น้ำพุเกฟิออน - ย่านท่าเรือนูฮาวน์ -ย่านถนนสตรอยก์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรมหรือแบบกล่อง
ออกเดินทางจากสนามบินเคฟลาวิค โดยสายการบิน.....
นำท่านเดินทางถึงสนามบินโคเปนเฮเก้น ประเทศเดนมาร์ก ให้ท่านรับสัมภาระ และผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง
รถโค้ชรอรับท่าน นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโคเปนเฮเก้น เมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศเดนมาร์ก เดิมเป็นเมืองประมงและได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงมาตั้งแต่สมัยครริตศตวรรษที่ 15 นำท่านเที่ยวชมเมืองโคเปนเฮเกน แวะถ่ายรูปคู่กับเงือกน้อย (Little Mermaid) สัญลักษณ์ของเมือง ใกล้กันเป็นย่านท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีเรือสินค้าและเรือสำราญเทียบท่าอยู่ ชมน้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) มีตำนานเล่าขานว่า "เทพเจ้า ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ โดยพระราชินีเกฟิออนได้แปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ ให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์กในทุกวันนี้ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) ไฮไลค์สำคัญประจำเมืองโคเปนเฮเกน โดยท่านจะได้เห็นบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียนหลากสีสันสดใสราวกับเทพนิยายเรียงกันอยู่ริมท่าเรือ เป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างอยากมาเยือน โดยนูฮาวน์นั้นเป็นท่าเรือที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงของ KIng Christian ที่ 5 เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1670 – 1675 และเคยถูกทิ้งร้างไปพักหนึ่ง ก่อนที่ช่วงทศวรรษ 60 จะมีการปรับปรุงท่าเรือจนกลายเป็นเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในเวลาต่อมา
จากนั้นให้อิสระท่านชมบริเวณจัตุรัสซิตี้ฮอลล์ (City Hall) จุดถ่ายรูปสวยงามประจำเมือง หลังจากนั้นให้ท่านอิสนะช้อปปิ้งสินค้าย่านถนนสตรอยก์ (Stroget Street) ถนนช้อปปิ้ง ที่ยาวที่สุดในโลก เริ่มจากศาลาว่าการเมืองไปสิ้นสุดที่ Kongens Nytorv ที่มีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง อาทิ Louis Vuitton, Emporio Armani, Bang & Olufsen, Tommy Hilfiger,Hermès, Gucci, Burberry ฯลฯ
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
Scandic Sydhavnen หรือระดับเดียวกัน
โคเปนเฮเก้น สนามบินโคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก) – สนามบินดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ให้ท่านเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินโคเปนเฮเก้น
ออกเดินทางจากสนามบินโคเปนเฮเก้น โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 152
เดินทางถึงสนามบินดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้ท่านรอเปลี่ยนเครื่อง
สนามบินดูไบ - สนามบินสุวรรณภูมิ
ออกเดินทางจากสนามมบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 384
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
รายละเอียดและเงื่อนไข
1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า 5,900 บาท (ค่ามัดจำ + ค่าวีซ่า ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้) โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น
***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***
2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า
ภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ
3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที
4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่
6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด