
พิชิตซินเจียงใต้ เส้นทางสายอัญมณี คาชการ์ อักซู เหอเถียน (บินภายใน) 8 วัน 6 คืน โดยการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ)
วันเดินทาง / ราคา
| ช่วงเดินทาง | ราคา | สถานะ |
|---|---|---|
GO1AKU6NKHGUQ251228 28 ธ.ค. 69 - 4 ม.ค. 69 | 45,900 | จอง |
GO1AKU6NKHGUQ260104 4 ม.ค. 69 - 11 ม.ค. 69 | 40,900 | จอง |
GO1AKU6NKHGUQ260111 11 ม.ค. 69 - 18 ม.ค. 69 | 41,900 | จอง |
GO1AKU6NKHGUQ260118 18 ม.ค. 69 - 25 ม.ค. 69 | 41,900 | จอง |
กำหนดการเดินทาง
กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ) – แวะพักที่เมืองลั่วหยาง – อูลู่มู่ฉี (สนามบินเทียนซาน) (UQ2642 : 17.00 - 03.55+1)
พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน ** สัมภาระโหลดใต้เครื่อง ท่านละ 20 ก.ก. จำกัดท่านละ 1 ใบ **
ออกเดินทางสู่ เมืองลั่วหยาง โดย สายการบิน อูลูมู๋ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2642 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
เดินทางถึงสนามบิน เมืองลั่วหยาง นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง **นำสัมภาระมาโหลดใหม่อีกครั้งที่ตรวจคนเข้าเมืองลั่วหยาง **
ออกเดินทางสู่ เมืองอูลู่มู่ฉี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยสายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2642 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
อาลาร์ - เส้นทางสายทะเลทราย – เหอเถียน - ถวนเฉิง – ตลาดเหอเถียนไนท์มาร์เก็ต
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)
นำท่านเดินทางโดยรถบัสสู่ เส้นทางสายทะเลทราย สู่ เหอเถียน (ระยะทาง 420 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 6.5 ชั่วโมง) หนึ่งในความสำเร็จทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นหนึ่งในทางหลวงที่ยาวที่สุดที่ทอดผ่านทะเลทรายในโลก ทางหลวงสายนี้ตัดผ่านใจกลางของ ทะเลทรายทาคลามาคัน ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในจีนและใหญ่เป็นอันดับ 17 ของโลก มีพื้นที่กว่า 337,000 ตารางกิโลเมตร "ทาคลามาคัน" ในภาษาอุยกูร์แปลว่า "เข้าไปแล้วออกไม่ได้" หรือ "ทะเลทรายแห่งความตาย" สะท้อนถึงความอันตรายและความโหดร้ายของทะเลทรายแห่งนี้ในอดีต นักเดินทางและคาราวานบนเส้นทางสายไหมหลายคนได้สูญเสียชีวิตในทะเลทรายนี้เนื่องจากความร้อนจัด ความแห้งแล้ง และพายุทราย ทางหลวงสร้างเสร็จในปี 1995 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี และใช้งบประมาณมหาศาล วิศวกรต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น อุณหภูมิที่สูงถึง 70 องศาเซลเซียสบนพื้นทราย พายุทรายที่รุนแรง และการขาดแคลนน้ำ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทางหลวงสายนี้ก็สำเร็จลุล่วง และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามารถของมนุษย์ในการเอาชนะธรรมชาติ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)
เดินทางถึง เหอเถียน หรือที่รู้จักในชื่อโบราณว่า "โคตัน" ได้ตั้งตระหง่านอยู่เหมือนอัญมณีล้ำค่าท่ามกลางทะเลทราย เมืองโอเอซิสแห่งนี้ได้รับน้ำจากแม่น้ำเหอเทียนและแม่น้ำยูหลงคาช ที่ไหลลงมาจากเทือกเขาคุนหลุน ประวัติศาสตร์ของเหอเทียนเต็มไปด้วยตำนานและความรุ่งโรจน์ ตามตำนานโบราณ เจ้าชายจากอินเดียได้อพยพมาตั้งอาณาจักรที่นี่ และแต่งงานกับเจ้าหญิงจีนที่ลักลอบนำเมล็ดพันธุ์ไหมและเทคนิคการทอผ้าไหมมาซ่อนในมงกุฎ ทำให้เหอเถียนกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตผ้าไหมที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมสายใต้ ในสมัยราชวงศ์ฮั่นและถัง เหอเทียนเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองและเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา แต่สิ่งที่ทำให้เหอเทียนโดดเด่นที่สุดคือ "หยก" เมืองนี้เป็นแหล่งผลิตหยกคุณภาพสูงที่สุดในโลกมานานกว่า 4,000 ปี หยกเหอเทียนมีชื่อเสียงในฐานะ "หยกแท้" ที่มีเนื้อละเอียด สีขาวบริสุทธิ์หรือเขียวอ่อนอันงดงาม และพลังงานที่อ่อนโยน
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณถวนเฉิง เป็นชุมชนอุยกูร์โบราณที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 มีชื่อเสียงในเรื่อง "สถาปัตยกรรมอาอี้หวัง" สถาปัตยกรรมดั้งเดิมของชาวอุยกูร์ คำว่า "อาอี้หวัง" แปลว่า "หน้าต่างบนหลังคา" ทำให้แสงยามเช้าส่องผ่านลายแกะสลักสร้างลวดลายเรขาคณิตที่สวยงาม ที่นี่เป็น "พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมอุยกูร์ที่มีชีวิต" ที่ผู้คนยังคงอาศัยอยู่และสืบทอดงานฝีมือดั้งเดิม เช่น เครื่องปั้นดินเผา พรมทอมือ และแกะสลักปูนปลาสเตอร์ ในสมัยที่เส้นทางสายไหมเฟื่องฟู เหอเทียนเป็นจุดพักและศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะการค้า หยก คำว่า "ถวนเฉิง" แปลว่า "เมืองที่เป็นกลม" เพราะเดิมเมืองนี้มีกำแพงล้อมรอบเป็นวงกลม เพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอก แม้ว่ากำแพงจะไม่มีอีกแล้ว แต่รูปแบบของถนนและซอกซอยยังคงรักษาโครงสร้างวงกลมเดิมไว้ ในปี 2016 รัฐบาลจีนได้ทำการปรับปรุงและอนุรักษ์เมืองโบราณถวนเฉิง โดยรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและช่วยเหลือชาวบ้านให้สามารถอยู่ต่อไปได้ ในปี 2019 ถวนเฉิงได้รับการยกฐานะเป็น AAAA Scenic Area ซึ่งเป็นระดับสูงในระบบการท่องเที่ยวของจีน
นำท่านอิสระช็อปปิ้ง ณ ตลาดกลางคืนเหอเถียน เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและอุณหภูมิในทะเลทรายเริ่มลดลง เมืองเหอเถียนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเพลง กลิ่นอาหาร และเสียงหัวเราะของ "หัวใจวัฒนธรรมอุยกูร์" ที่ท่านจะได้สัมผัสรสชาติ กลิ่นหอม เสียง และบรรยากาศของเส้นทางสายไหมโบราณ ในสมัยที่เส้นทางสายไหมเฟื่องฟู พ่อค้าจะเดินทางกลางวันและพักค้างคืนในเมืองต่างๆ ตลาดกลางคืนจึงเกิดขึ้นเพื่อให้บริการอาหารและสินค้าแก่พ่อค้าและนักเดินทาง ตลาดกลางคืนเหอเทียนสมัยใหม่เริ่มต้นในช่วงทศวรรษ 1990 และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันกลายเป็น ตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง มีร้านอาหารมากกว่า 300 ร้าน และมีผู้มาเยือนมากกว่า 10,000 คนต่อคืน
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
HETIAN QIANYUAN INTERNATIONAL HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
เหอเถียน - เมืองโบราณซาเช่อ
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)
นำท่านสู่ ซาเช่อ (ระยะทาง 316 ก.ม. ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง) ณ ใจกลางซินเจียงใต้ ที่ซึ่งทุ่งนาสีเขียวขจีทอดตัวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ซาเช่อ หรือที่รู้จักในชื่อโบราณว่า "ยาร์คันด์" ได้ตั้งตระหง่านอยู่เหมือนมุกที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของเส้นทางสายไหม ประวัติศาสตร์ของเมืองเริ่มต้นมานานกว่า 2,000 ปี เมื่อครั้งเป็นหนึ่งในเมืองรัฐสำคัญบนเส้นทางสายไหมสายใต้ แต่ช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดคือในศตวรรษที่ 16-18 เมื่อซาเจ่อกลายเป็น เมืองหลวงของอาณาจักรของชาวเติร์ก-มองโกล ที่ปกครองโดย ลูกหลานชาวมองโกลของชากาไทข่าน แคว้นนี้ก่อตั้งโดยสุลต่านซาอิดข่านในปี ค.ศ. 1514 โดยเป็นรัฐย่อยทางตะวันตกของโมกุลิสถาน ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของซินเจียงใต้ และเป็นศูนย์กลางของอิสลามและวัฒนธรรมอุยกูร์ ในสมัยนั้น ซาเช่อเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง มีพระราชวังที่งดงาม มัสยิดที่ใหญ่โต และตลาดที่คึกคักไปด้วยสินค้าจากทั่วทุกมุมโลก ผ้าไหม เครื่องเทศ อัญมณี และหยกจากเหอเถียนต่างผ่านเมืองนี้ ตลอดจนนักเดินทางและนักบุญมุสลิมจากเอเชียกลางต่างมาเยือน ทำให้เมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)
นำท่านเที่ยวชม เมืองโบราณซาเช่อ มรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีค่าของซินเจียงใต้ เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรยาร์คันด์ในศตวรรษที่ 16-18 และเป็นศูนย์กลางของการค้า วัฒนธรรม และศาสนาอิสลาม วันนี้ แม้เมืองจะไม่ใช่เมืองหลวงอีกต่อไป แต่เมืองโบราณยังคงรักษา "วิญญาณของอดีต" ไว้ได้อย่างน่าประทับใจ นำท่านเดินลัดเลาะซอกซอยแคบๆ ที่คดเคี้ยว ชมบ้านดินสีน้ำตาลที่มีสถาปัตยกรรมอุยกูร์แบบดั้งเดิม ประตูไม้แกะสลักที่สวยงาม รูปทรงเรขาคณิต และคำภาวนาจากคัมภีร์กุรอาน และสิ่งที่พิเศษของเมืองโบราณคือการที่ยังมีผู้คนอาศัยอยู่ภายในเมืองโบราณ ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามแบบดั้งเดิม ทำงานฝีมือ ทอพรม ทำเครื่องดนตรี และทำขนม
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 9)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
JINBI HOTEL SHACHE หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
ซาเช่อ – หมู่บ้านศิลปะชาวเดาหลาง – สุสานสนมเซียงเฟย - คาชการ์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 10)
นำท่านออกเดินทางสู่ หมู่บ้านศิลปะชาวเดาหลาง (ระยะทาง 105 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) หมู่บ้านศิลปะที่มีชื่อเสียงของชาวดาวหลาง กลุ่มชาติพันธุ์อุยกูร์ที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัว พวกเขามีภาษา ดนตรี การเต้นรำ และศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ ชาวดาวหลังเชื่อกันว่าเป็นเชื้อสายของ "ชาวกูชา อาณาจักรโบราณที่เจริญรุ่งเรืองในซินเจียงเมื่อหลายพันปีก่อน ที่นี่ท่านจะได้ชมภาพวาดพื้นบ้านที่สวยงาม เรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมดาวหลัง ชมการแสดงดนตรีและการเต้นรำแบบดั้งเดิม ชาวดาวหลังมีดนตรีและการเต้นรำที่เป็นเอกลักษณ์ เครื่องดนตรีหลักคือ ดูตาร์ (Dutar) เครื่องสายที่มีเสียงไพเราะ และ ราวาป (Rawap) เครื่องสายที่มีเสียงสดใส การเต้นรำของชาวดาวหลังมีลักษณะเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและมีพลัง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความมีชีวิตชีวาของพวกเขา
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11)
นำท่านเดินทางสู่ สุสานสนมเซียงเฟย (ระยะทาง 178 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) สวนที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง เจ้าหญิงเซียงเฟย หนึ่งในนางสนมที่มีชื่อเสียงที่สุดของจักรพรรดิเฉียนหลง แห่งราชวงศ์ชิง เจ้าหญิงเซียงเฟยเป็นชาวอุยกูร์จากคาชการ์ มีเรื่องราวรักและความภักดีที่เป็นตำนาน ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชมสถาปัตยกรรมที่งดงาม และเดินเล่นในสวนที่ร่มรื่น ตามตำนาน เจ้าหญิงเซียงเฟยเกิดในปี 1734 ในครอบครัวขุนนางอุยกูร์ที่คาชการ์ เธอมีความงดงามที่โดดเด่น และที่พิเศษที่สุดคือ "กลิ่นหอมธรรมชาติ" ที่เกิดจากร่างกายของเธอ เหมือนกลิ่นดอกไม้ที่หอมหวาน ในปี 1760 เมื่อราชวงศ์ชิงปราบปรามการกบฏในซินเจียงสำเร็จ เจ้าหญิงเซียงเฟยถูกนำตัวไปยังกรุงปักกิ่งและกลายเป็นนางสนมของจักรพรรดิเฉียนหลง จักรพรรดิเฉียนหลงหลงรักเจ้าหญิงเซียงเฟยอย่างมาก พระองค์ทรงสร้างพระราชวังพิเศษสำหรับเธอ ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อุยกูร์ และปลูกดอกไม้จากซินเจียงเพื่อให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่เจ้าหญิงเซียงเฟยยังคงคิดถึงบ้านเกิดและครอบครัวของเธออยู่เสมอ เจ้าหญิงเซียงเฟยเสียชีวิตในปี 1788 ในวัย 55 ปี ร่างของเธอถูกนำกลับมายังคาชการ์และฝังไว้ที่นี่ หลุมฝังของเธอกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมาเคารพบูชา
นำท่านเดินทางสู่ คาชการ์ เมืองโอเอซิสอันเก่าแก่ได้ตั้งตระหง่านอยู่เหมือนหัวใจที่เต้นของซินเจียงใต้มานานกว่า 2,000 ปี ชื่อ "คาชการ์" มาจากภาษาเปอร์เซียโบราณ แปลว่า "เมืองแห่งหยก" หรือ "ดินแดนที่รุ่งเรือง" ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญและความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนี้ในอดีต ประวัติศาสตร์ของคาชการ์เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าทึ่ง เมืองนี้เคยถูกปกครองโดยอาณาจักรต่างๆ มากมาย ตั้งแต่อาณาจักรฮั่น ถัง ซ่ง จนถึงจักรวรรดิมองโกลและราชวงศ์ชิง แต่ละยุคสมัยต่างทิ้งร่องรอยทางวัฒนธรรมไว้ ทำให้คาชการ์กลายเป็น "เตาหลอมรวมสายสัมพันธ์แห่งชีวิตและวัฒนธรรม" ที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีน เปอร์เซีย อินเดีย และเอเชียกลางเข้าด้วยกัน ที่ซึ่งพ่อค้าจากจีน อินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ และยุโรปมาพบกัน ตลาดในคาชการ์เต็มไปด้วยสินค้าแปลกตาจากทั่วทุกมุมโลก
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 12)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
LANOU INTERNATIONAL HOTEL KASHGAR หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
คาชการ์ - ทะเลสาบไป๋ซาหู – ทะเลสาบคาราคูล - คาชการ์
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 13)
นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบไป๋ซา (ระยะทาง 149 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง) โอเอซิสแห่งขุนเขาและผืนทรายที่งดงามเกินคำบรรยาย ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางทะเลทรายและขุนเขา ทะเลสาบไป๋ซา เป็นผืนน้ำอันเงียบสงบที่สะท้อนเสน่ห์แห่งธรรมชาติอันแปลกตา หาดทรายสีขาวละเอียดละมุน ตัดกับน้ำสีฟ้าครามระยิบระยับ และรายล้อมด้วยภูเขาหิมะสูงตระหง่านราวกับจิตรกรเอกบรรจงแต่งแต้ม ทะเลสาบแห่งนี้เปรียบเสมือน อัญมณีที่ซ่อนอยู่ในเส้นทางสายไหม ดึงดูดนักเดินทางให้มาสัมผัสความงดงามที่แตกต่างในทุกฤดูกาล เป็นภาพที่งดงามราวกับฝัน ฤดูร้อนดอกบัวหายากเบ่งบานสะพรั่งเหนือผืนน้ำ ขณะที่ฤดูหนาวเปลี่ยนทะเลสาบให้กลายเป็นผืนน้ำแข็งเงียบสงบ เส้นทางสู่ทะเลสาบนำผ่าน เส้นทางสายไหมโบราณ และหุบเขาไกซืออันลึกลับ หากคุณต้องการสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติที่หลอมรวมทะเลทราย ทะเลสาบ และภูเขาหิมะไว้ในที่เดียว
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 14)
จากนั้นเดินทางต่อสู่ ทะเลสาบคาราคูล (คาราคูเล่อ) (ระยะทาง 30 ก.ม.) หรือ “ทะเลสาบดำ” ในภาษาคีร์กีซ เป็นหนึ่งในทะเลสาบธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนที่ราบสูงปามีร์ ตั้งอยู่ใต้เงาธารน้ำแข็งมุชตัง แห่งนี้มีลักษณะพิเศษที่ผิวน้ำสามารถเปลี่ยนสีได้ตามสภาพอากาศ ตั้งแต่ น้ำเงินเข้มราวแซฟไฟร์ ไปจนถึง สีดำเงาลึกลับ ที่สะท้อนภาพของภูเขาสูงตระหง่านและก้อนเมฆที่ล่องลอยเหนือฟ้า สายหมอกยามเช้าโอบล้อมทะเลสาบราวกับภาพวาดในเทพนิยาย บริเวณรอบทะเลสาบเต็มไปด้วย ทุ่งหญ้า ทุ่งน้ำแข็ง และสัตว์ป่าหายาก เช่น แพะภูเขา หิมะจิ้งจอก และฝูงม้าแคระที่เล็มหญ้าอยู่ตามริมทะเลสาบ ในฤดูหนาว ทะเลสาบกลายเป็น ผืนน้ำแข็งที่สะท้อนแสงดาวยามค่ำคืน ขณะที่ฤดูร้อนเต็มไปด้วยภาพชีวิตของชาวเร่ร่อนที่ตั้งกระโจมอยู่ตามริมฝั่ง
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ เมืองคาชการ์ (ระยะทาง 180 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 15)
สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก
LANOU INTERNATIONAL HOTEL KASHGAR หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
คาชการ์ - พิพิธภัณฑ์อูฐ – เมืองโบราณคาชการ์ - คาชการ์ (สนามบินคาชการ์ไหลหนิง) – อูลู่มู่ฉี (สนามบินเทียนซาน) (CZ6808 : 20.15 - 22.20)
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 16)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณคาชการ์ ศูนย์กลางอารยธรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม เป็นเมืองที่ยังคงรักษาวิถีชีวิต วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมของชาวอุยกูร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เดินเข้าสู่เมืองเก่า ราวกับย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่คาชการ์เป็นศูนย์กลางการค้าและศิลปะของเอเชียกลาง ตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ปูด้วยหิน เสียงเครื่องดนตรีพื้นเมือง กลิ่นหอมของขนมปังนานและเครื่องเทศในตลาด ล้วนสร้างเสน่ห์ที่ยากจะลืม เมืองเก่านี้ยังเป็นสถานที่รวม งานฝีมือดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นพรมทอมือ เครื่องประดับเงิน และเครื่องดนตรีพื้นเมือง ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นอกจากนี้ยังมี ตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยอาหารอุยกูร์ต้นตำรับ ตั้งแต่เนื้อแกะย่าง เครื่องในปรุงรส ไปจนถึงน้ำทับทิมหวานเข้มข้น นักเดินทางที่มาเยือนสามารถสัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิต และรสชาติของเส้นทางสายไหมในแบบที่ไม่มีที่ใดเหมือน
นำท่านเดินทางสู่ มัสยิดอิดกาห์ (Id Kah Mosque) เป็น มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในซินเจียง และเป็นหนึ่งในสามมัสยิดที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียกลาง สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยซุ้มประตูสีเหลืองอ่อนและหออะซานสูงสง่า สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นสถานที่สำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมอิสลาม และเคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาทางศาสนา ศิลปะ และวรรณกรรมของภูมิภาค ภายในลานกว้างสามารถรองรับผู้มาทำละหมาดได้หลายพันคน โดยเฉพาะวันศุกร์และเทศกาลสำคัญที่ผู้ศรัทธาจากทั่วซินเจียงหลั่งไหลมาอย่างเนืองแน่น เสียงอะซานก้องกังวาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังและศรัทธา
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 17)
จากนั้นนำท่านสู่ ตรอกช่างฝีมือ เส้นทางที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมและศิลปะพื้นเมือง ท่านจะได้พบกับงานฝีมือแบบดั้งเดิมของชาวอุยกูร์ ไม่ว่าจะเป็นหมวกปักลวดลายอันประณีต เครื่องประดับทองและเงินแวววาว ผ้าไหมสีสันสดใส มีดอิงจี้ซา ที่โด่งดัง ตลอดจนเครื่องดนตรีพื้นเมืองที่สะท้อนจิตวิญญาณของผู้คนในดินแดนนี้ เดินเพลินๆ ถนนสายนี้ ท่านสามารถ สัมผัสทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมในที่เดียว
จากนั้นท่านจะได้พบกับ โรงน้ำชาโบราณแห่งคัชการ์ ท่ามกลางตรอกซอกซอยของเมืองเก่าคัชการ์ โรงน้ำชาโบราณแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปี เป็นศูนย์รวมของชาวบ้านและนักเดินทางจากทุกสารทิศ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อน แต่ยังเป็นหน้าต่างเปิดสู่ วัฒนธรรมอุยกูร์ที่มีชีวิต กลิ่นหอมของชาโบราณที่เคยเดินทางผ่านเส้นทางสายไหมยังคงอบอวล เสียงเครื่องดนตรีพื้นเมืองขับกล่อม บรรเลงให้ผู้คนเพลิดเพลินกับรสชาติของชาและเสียงหัวเราะ เมื่อก้าวเข้าสู่โรงน้ำชา ท่านจะได้สัมผัสเสน่ห์ของอดีตที่ยังคงโลดแล่น นักเต้นในชุดพื้นเมืองร่ายรำอย่างอ่อนช้อย แขกเหรื่อจากทั่วทุกมุมโลกต่างนั่งล้อมวงจิบชา สนทนา และซึมซับบรรยากาศของวิถีชีวิตดั้งเดิม การได้ใช้เวลาที่นี่ไม่เพียงแค่การดื่มชา แต่เป็นการเดินทางสู่ประสบการณ์ที่อบอุ่นและลึกซึ้งของคัชการ์ ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ยากจะลืมเลือน!
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หรือแบบ BOX SET (มื้อที่ 18)
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินคาชการ์
ออกเดินทางจาก สนามบินคาชการ์ สู่ สนามบินอูลูมู่ฉี เทียนซาน โดย สายการบินไชน่า เซาเทิร์น เที่ยวบินที่ CZ6808
เดินทางถึง สนามบินอูลูมู่ฉีเทียนซาน จากนั้นนำท่านรับสัมภาระแล้วออกเดินทางเข้าที่พัก
MERCURE URUMQI HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)
อูลู่มู่ฉี (สนามบินเทียนซาน) (UQ2641 : 07.00 - 15.35) แวะพักที่เมืองลั่วหยาง – กรุงเทพฯ(สนามบินสุวรรณภูมิ)
MORNING CALL
รับอาหารเช้า แบบ BOX SET ระหว่างออกเดินทางไปสนามบิน (มื้อที่ 19)
นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอุรุมชีเทียนซาน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ)
ออกเดินทางสู่ สนามบินลั่วหยางเป่ยเจียว โดย สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2641 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
เดินทางถึงสนามบิน สนามบินลั่วหยางเป่ยเจียว นำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพักผ่อนภายในสนามบินเพื่อรอต่อเครื่อง **นำสัมภาระมาโหลดใหม่อีกครั้งที่ตรวจคนเข้าเมืองลั่วหยาง **
ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดย สายการบิน อูลูมู่ฉี แอร์ไลน์ (UQ) เที่ยวบินที่ UQ2641 *ไม่มีอาหารบนเครื่อง*
เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
รายละเอียดและเงื่อนไข
1. การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือยกเลิกการเดินทาง
2. เที่ยวบินที่ระบุในโปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลง หากท่านที่ต้องการออกบัตรโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง เพื่อยืนยันเที่ยวบินของโปรแกรมที่ถูกต้อง กรณีออกบัตรโดยสารภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยืนยันจากทางบริษัทฯ และไม่สอดคล้องกับเที่ยวบินของโปรแกรม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดเพิ่มขึ้นได้
3. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
4. การชำระค่าบริการ
3.1 กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 25,000 บาท พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตสำหรับเตรียมเอกสารการเดินทาง
3.2 กรุณาชำระค่าทัวร์เต็มจำนวน ในกรณีที่ค่าทัวร์ราคาต่ำกว่า 10,000 บาท
3.3 กรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนออกเดินทาง **45 วันก่อนเดินทางสำหรับช่วงสงกรานต์และปีใหม่**
3.4 กรณีวันเดินทางน้อยกว่า 21 วัน หรือราคาทัวร์โปรโมชั่น ต้องชำระค่าทัวร์เต็มจำนวนเท่านั้น
5. กรณีผู้เดินทางที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เช่น การขอใช้วีลแชร์ที่สนามบิน กรุณาแจ้งบริษัทฯ อย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง หรือเริ่มตั้งแต่ท่านจองทัวร์ มิฉะนั้นทางบริษัทฯไม่สามารถจัดการได้ล่วงหน้า ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นกับผู้เดินทาง (ถ้ามี)
6. กรณีใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มน้ำเงิน) เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า – ออกประเทศใด ๆ ก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
เงื่อนไขการยกเลิก
**กรณีการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ มาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัท อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อเป็นการแจ้งยกเลิกกับทางบริษัทอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร (ทางบริษัทไม่ขอรับยกเลิกการจอง ผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ)
**กรณีนักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือตัวแทนจำหน่าย (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมลล์ หรือ มาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัท อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้นำเงินเข้าให้ครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการ ตาม “ประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการจ่ายเงินค่าบริการคืนให้แก่นักท่องเที่ยว พ.ศ. 2563” ดังนี้
1. ยกเลิก ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเดินทาง (ไม่นับวันเดินทาง) คืนเงินค่าทัวร์เต็มจำนวน ยกเว้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อการเตรียมการนำเที่ยว ทั้งหมด เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่อง ค่าบริการแลนด์ ต่างประเทศ เป็นต้น”
2. ยกเลิก ไม่น้อยกว่า 15-29 วันก่อนเดินทาง (ไม่นับวันเดินทาง) คืนเงินร้อยละ 50 ของค่าทัวร์ทั้งหมด ยกเว้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อการเตรียมการนำเที่ยว ทั้งหมด เช่น ค่ามัดจำตั๋วเครื่อง ค่าบริการแลนด์ ต่างประเทศ เป็นต้น”
3. ยกเลิก น้อยกว่า 15 วันก่อนการเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ ไม่คืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
** การจ่ายเงินคืนแก่นักท่องเที่ยวตามข้อกำหนดด้านบน ซึ่งมีการหักเงินในบางส่วนนั้น เนื่องจากทางบริษัทมีค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงเพื่อการเตรียมการจัดนำเที่ยวไปแล้ว เช่น การมัดจำที่นั่งบัตรโดยสารเครื่องบิน การจองที่พัก และ ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ เป็นต้น **
4. การยกเลิกเดินทางกับกรุ๊ปที่ออกเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด เช่น ปีใหม่, สงกรานต์ เป็นต้น บางสายการบินมีการการันตีมัดจำที่นั่งกับสายการบินและค่ามัดจำที่พัก รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น CHARTER FLIGHT จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือ ค่าทัวร์ทั้งหมดที่ชำระแล้ว ไม่ว่ายกเลิกด้วยกรณีใดๆ
***ในกรณี มีเหตุให้ต้องยกเลิกการเดินทางที่บริษัทได้โฆษณาไว้ ซึ่งมิใช่ความผิดของบริษัทเอง ทางบริษัทยินดีคืนเงินค่าบริการตามที่ลูกค้าได้ชำระมาแล้ว เต็มจำนวน โดยต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการเดินทาง โปรดอ่านข้อความให้ถี่ถ้วนก่อนการจองทัวร์ทุกครั้ง เพื่อประโยชน์แก่ตัวท่านเอง ***
5. กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ ปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศที่ระบุ ไว้ในรายการเดินทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
** สำคัญ !! บริษัททำธุรกิจเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่สนับสนุนให้ลูกค้าเดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและในขั้นตอนการผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ทั้งไทยและจีน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ลูกค้าทุกท่านต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมืองด้วยตัวของท่านเอง ทางมัคคุเทศก์ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆได้ทั้งสิ้น **
6. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ถ้าท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการและเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น