Regent
COMO MOMENT จะกี่คอนเท้นท์ ก็วิวหลักล้าน อิตาลี - สวิตเซอร์แลนด์ 7วัน 4 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)

COMO MOMENT จะกี่คอนเท้นท์ ก็วิวหลักล้าน อิตาลี - สวิตเซอร์แลนด์ 7วัน 4 คืน โดยสายการบิน Emirates (EK)

GO3MXP-EK025
อิตาลี, สวิตเซอร์แลนด์
7 วัน 4 คืน
มิลาน, เจนีวา, อินเตอร์ลาเคน, ซูริค, ลูเซิร์น, เบิร์น, เซอร์แมท, โคโม, ซูก
เอมิเรตส์เอมิเรตส์ [EK]
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
มิลาน • ทะเลสาบโคโม • มหาวิหารดูโอโม่ • เซอร์เมท • นั่งรถไฟสู่ยอดเขากรอนเนอร์แกรต • แทซ • ถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง • เจนีวา • ถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ • ถ่ายรูปกับน้ำพุเจทโด • โลซานน์ • ถ่ายรูปกับ ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ • เบิร์น • กรินเดอร์วาร์ล • ขึ้นกระเช้า Eiger Express สู่ยอดเขาจุงเฟรา • หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน • อินเตอร์ลาเคน • ซูริค • ซุก • ลูเซิร์น • ชมสิงโตหินแกะสลัก • ชมสะพานไม้ชาเปล • ชาฟฟ์เฮาเซิน • ชมแม่น้ำไรน์

วันเดินทาง / ราคา

ช่วงเดินทางราคาสถานะ
GO3MXP4NZRHEK260325
26 มี.ค. 69 - 31 มี.ค. 69
77,900ติดต่อเรา
GO3MXP4NZRHEK260401
2 เม.ย. 69 - 7 เม.ย. 69
79,900ติดต่อเรา
GO3MXP4NZRHEK260410
11 เม.ย. 69 - 16 เม.ย. 69
83,900ติดต่อเรา
GO3MXP4NZRHEK260429
30 เม.ย. 69 - 5 พ.ค. 69
79,900ติดต่อเรา
GO3MXP4NZRHEK260529
30 พ.ค. 69 - 4 มิ.ย. 69
79,900ติดต่อเรา

กำหนดการเดินทาง

D1
กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) – ดูไบ
23.30 น.

คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
สายการบิน Emirates (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

D2
ดูไบ – มิลาน - ทะเลสาบโคโม - มหาวิหารดูโอโม่
:- / - / เย็น
03.30 น.

ออกเดินทางสู่ดูไบ โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK377

06.50 น.

เดินทางถึงสนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

09.45 น.

ออกเดินทางจากต่อสนามบินดูไบ สู่ประเทศอิตาลีโดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK205

14.20 น.

เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิลาโนมัลเปนซา เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) หลังจากนั้นผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ออกเดินทางสู่ เมืองโคโม (Como) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยงามบริเวณพรมแดนอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบโคโมที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านอันงดงาม จากนั้นนำท่านชมทะเลสาบโคโม่ (Como Lake) ทะเลสาบโคโม่นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดียเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีแต่เรื่องความสวยงามนั้นมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยพื้นที่โดยรอบมีความยาวถึง 146 กิโลเมตรเลยทีเดียว

นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นชอปปิงมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน และเป็นที่ตั้งของร้านค้า ชั้นนำมากมาย รวมถึงร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังของโลก อาทิเช่น LV, PRADA, GUCCI, TOD’S เป็นต้น ท่านสามารถถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจากด้านในซึ่งเป็นอาคารกระจกที่เก่าแก่และสวยงาม

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก

BEST WESTERN GOLDENMILE หรือเทียบเท่า

D3
มิลาน - เซอร์แมท - นั่งรถไฟสู่ยอดเขากรอนเนอร์แกรต - แทซ
:เช้า / - / เย็น
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองทาช Tasch เพื่อนำท่านนั่งรถไฟชัตเติ้ลเข้าสู่เซอร์แมท (Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็นยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

เที่ยง

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

นำท่านนั่งรถไฟฟันเฟืองสู่ สถานีรถไฟกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) เดินทางสู่จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นที่สวยงาม โดยท่านสามารถเดินเท้าสู่บริเวณทะเลสาบที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,757 เมตร โดยบริเวณทะเลสาบนี้เป็นเงาสะท้อนภาพเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn's reflect) อันสุดสวยงามยิ่งนัก (โดยปกติน้ำในทะเลสาบ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน และ สภาพอากาศ ถ้าช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นน้ำแข็ง)หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองแทซ (Tasch)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

ที่พัก

MOUNTIME หรือเทียบเท่า

D4
แทซ - ถ่ายรูปกับปราสาทชิลยอง - เจนีวา - ถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้– ถ่ายรูปกับน้ำพุเจทโด - โลซานน์ - ถ่ายรูปกับ ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ - เบิร์น
:เช้า / กลางวัน / เย็น
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเที่ยวชม เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่า “ริเวียร่าของสวิส” ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือน ริมทะเลสาบ นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง (Chillon castle) ทางด้านนอก ปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเดินทางของนักเดินทางและขบวนสินค้าที่จะสัญจรผ่านไปมาจากเหนือสู่ใต้หรือจากตะวันตกสู่ตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดียวที่ไม่ต้องเดินทางข้ามเทือกเขาสูงชัน ปราสาทแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนด่านเก็บภาษีซึ่งเอาเปรียบชาวสวิสมานานนับร้อยปี จากนั้นนำท่านเดินสู่ เมืองเจนีวา (Geneva) นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับน้ำพุเจทโด (Jet d'eau) ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับนาฬิกาดอกไม้ (The Flower Clock) สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองโลซานน์ (Lausanne) เมืองที่ตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิส และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทย เนื่องจากเป็นเมืองที่ในหลวงรัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงเคยประทับและทรงศึกษาที่เมืองแห่งนี้อีกด้วย นำท่านชม สวนสาธารณะเดอน็องตู (Le Denantou) สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับ ศาลาไทยเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และรัฐบาลไทยได้ส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ กรุงเบิร์น (Bern) เมืองที่ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลก ในปี ค.ศ.2010 อีกด้วย

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก

Harry’s Home Bern หรือเทียบเท่า

D5
เบิร์น – กรินเดอร์วาร์ล – ขึ้นกระเช้า Eiger Express สู่ยอดเขาจุงเฟรา – หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน - อินเตอร์ลาเคน - ซูริค
:เช้า / กลางวัน / เย็น
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงาม เพื่อขึ้นกระเช้า Eiger Express สู่สถานี Eigergletscher ให้ท่านได้เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันสวยงามของยอดเขาจุงเฟรา หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อด้วยรถไฟเพื่อขึ้นสู่ สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) โดยเมื่อปี ค.ศ. 2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟราเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ได้อีกด้วย
หลังจากนั้นนำท่านเข้าชมถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารบนยอดเขา

นำท่านลงจากเขาเพื่อเดินทางสู่ หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านเล็กๆ อันเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย ที่ซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของหุบเขาอันสวยงาม ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้มีน้ำตกมากถึง 72 แห่งที่คอยอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาได้ชมความสวยงาม โดยน้ำตกมีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า “น้ำตกชเตาบ์บาค (Staubbach waterfall)” มีความสูง 297 เมตร และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบที่สูงที่สุดในยุโรป

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซูริค (Zurich)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน

ที่พัก

INTERCITY ZURICH AIRPORT / HOLIDAY INN EXPRESS KRIENZ หรือเทียบเท่า

D6
ซูริค – ซุก – ลูเซิร์น - ชาฟฟ์เฮาเซิน - น้ำตกไรน์ - ซูริค - สนามบิน
:เช้า / - / -
เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซุก (Zug) เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบที่สวยงามราวกับเทพนิยายตั้งอยู่ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ โดยนอกจากความสวยงามของทัศนียภาพแล้ว เมืองนี้ยังมีอัตราการเก็บภาษีที่ค่อนข้างต่ำจึงถือเป็นที่ตากอากาศที่นิยมของเหล่าเศรษฐี คนดังสำคัญระดับโลกมากมายมาเยือน ท่านอาจจะเห็นซูเปอร์คาร์จอดเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง จนเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย

นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชมสิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน แบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง

เที่ยง

อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองชาฟฟ์เฮาเซิน (Schaffhausen) เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ติดกับพรมแดนเยอรมนี โดยสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนในเมืองนั้นตกแต่งด้วยศิลปะแบบเรเนอซองซ์และศิลปกรรมแบบเฟรสโกรวมกับภาพวาดตามผนังของอาคารต่างๆที่บอกเรื่องราวของชาวเมืองอย่างสวยงาม นอกจากนั้นแล้วเมืองนี้ยังมีชื่อเสียงจากการที่เป็นที่ตั้งของน้ำตกไรน์ (Rhine Fall) ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
นำท่านชมน้ำตกไรน์ (Rhine Falls) น้ำตกที่ใหญ่สวยงามและตื่นตาตื่นใจซึ่งเกิดจากแม่น้ำไรน์ทั้งสายไหลผ่านหน้าผากว้าง 150 เมตร จึงเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปและได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในยุโรปกลางด้วย อิสระให้ท่านได้ชื่นชมความงามของน้ำตกและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

17.00 น.

ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานซูริค เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน

22.15 น.

ออกเดินทางสู่ สนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK 86
**กำหนดการเดินทาง 13-19 พ.ย.67 / 3-9 ธ.ค.67 / 26 ธค67-1 ม.ค.68 เวลาออกเดินทาง ปรับเป็น 21.50 น.**

D7
ดูไบ - กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
06.25 น.

เดินทางถึง สนามบินดูไบ เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.

ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศไทย โดยสายการบิน Emirates (EK) เที่ยวบิน EK 372

19.15 น.

เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

จองทัวร์นี้ทันที
ที่นั่งมีจำนวนจำกัด จองเลยเพื่อรับสิทธิ์ก่อนใคร

รายละเอียดและเงื่อนไข

รายละเอียดและเงื่อนไข

1. ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท + ค่าวีซ่า 5,900 บาท (ค่ามัดจำ + ค่าวีซ่า ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้) โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น

***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***

2. ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า

ภายใน 3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ

3. เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที

4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

5. การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่

6. หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

LINE